Skip to Content

Blog Archives

VRCOMM Product Training – Data Security

เมื่อวันพุธที่ 16 สิงหาคม ที่ผ่านมา บริษัท สตรีม ไอ.ที. คอนซัลติ้ง จำกัด ได้ร่วมกับบริษัท วีอาร์ซีโอเอ็มเอ็ม จำกัด จัดการอบรม เกี่ยวกับการป้องกันความปลอดภัยของข้อมูล ด้วยซอฟแวร์ VARONIS ณ ร้าน Secret Garden โดยมีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาเสริมสร้างทักษะความรู้ความเข้าใจให้กับบุคลากรฝ่ายขายของบริษัทสตรีม พร้อมกันนี้ยังมีกิจกรรมส่งเสริมกลยุทธ์ด้านการขายด้วย

สำหรับ VARONIS นี้ นอกจากจะสามารถป้องกันข้อมูลสำคัญของบริษัทได้แล้ว ยังสามารถกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลในไฟล์ โฟล์เดอร์ หรืออีเมล์ ตรวจดูพฤติกรรมการการใช้งานของลูกค้าได้ว่าใครกำลังใช้งาน แก้ไข เคลื่อนย้ายไฟล์ ตรวจสอบข้อมูลสำคัญของบริษัทว่าอยู่ในไฟล์ใด ใครเป็นเจ้าของข้อมูลเหล่านั้น ฯลฯ รวมถึงการเก็บข้อมูลที่ไม่จำเป็นต้องเก็บ log จาก server จึงไม่ทำให้เกิดปัญหา server ทำงานช้าลง

ภาพบรรยากาศการจัดอบรม

 

หากคุณสนใจโซลูชั่นในการจัดการธุรกิจเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและเพิ่มกำไรของบริษัท สามารถติดต่อเราได้ที่อีเมล marketing@stream.co.th หรือโทร. 0-2679-2233

รวมทั้งติดตามเรื่องราวไอทีอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ Facebook fan page: www.fb.com/streamitconsulting

 

0 0 Continue Reading →

5 อันดับ Ecommerce Platform ที่เหมาะสำหรับการทำ SEO

         ทำไม SEO ถึงมีความสำคัญกับ e-commerce? เพราะว่า 44% ของผู้ใช้งานที่เข้ามาซื้อสินค้าออนไลน์ ล้วนมาจากการค้นหาผ่าน search engine ซึ่งนั่นหมายความว่าสินค้าของคุณจะมีโอกาสค้นหาเจอได้ง่ายขึ้น ทำให้ขายได้ง่ายขึ้นด้วย

          เจ้าของธุรกิจหลายรายที่อาจจะไม่ทราบว่า e-commerce platform ที่ใช้อยู่นั้น ไม่ได้มีคุณลักษณะที่จำเป็นเพียงพอต่อการทำ SEO เพราะโปรแกรม e-commerce บางตัวก็มีเพียงฟีเจอร์พื้นฐานสำหรับการทำ SEO มาให้เท่านั้น สำหรับฟีเจอร์อื่นๆ ที่จำเป็นก็จะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม โดยทาง RICHMAN  ได้ให้คะแนนและจัดลำดับคะแนนสำหรับ e-commerce platform ดังนี้

ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการจัดอันดับ SEO

1.Independent Navigation Links  คะแนน 10/10

Navigation Link คือ รายชื่อเมนูเพื่อเข้าถึงสินค้าหรือหมวดหมู่ของสินค้า โดย e-commerce บางเจ้าจะสร้าง  Navigation link โดยใช้ชื่อเดียวกับชื่อสินค้าและหมวดหมู่ของสินค้าให้อัตโนมัติ

2.Independent Page Titles   คะแนน 10/10

Page Title เป็นส่วนที่แสดงอยู่บน title bar ของบราวเซอร์ โดยแสดงหัวเรื่องของหน้านั้นๆ ซึ่ง e-commerce บางเจ้าจะสร้าง  Page Title โดยใช้ชื่อเดียวกับชื่อสินค้าและหมวดหมู่ของสินค้าให้อัตโนมัติ

 

 

3.Independent Page URLs   คะแนน 9/10

การตั้งชื่อ Page URLs คือส่วนที่แสดงที่อยู่ของ page นั้นๆ โดยจะต่อท้ายชื่อของเว็บไบซต์ในส่วนของ address bar ซึ่งการตั้งชื่อที่ดีก็จะทำให้ website ถูกค้นหาได้ง่ายขึ้น โดย ecommerce บางเจ้าจะสร้าง  Page URLs โดยใช้ชื่อเดียวกับชื่อสินค้าและหมวดหมู่ของสินค้าให้อัตโนมัติ

4.Independent Meta Descriptions   คะแนน 9/10

Meta Descriptions คือข้อความที่แสดงคำอธิบายของหน้า page โดยปรากฏอยู่ในหน้าผลการค้นหาของ Google แม้ว่าคำอธิบายจะไม่ส่งผลต่อตำแหน่งโดยตรงของการค้นหา แต่อาจมีผลกระทบต่อการตัดสินใจในการคลิกเข้าไปดูของผู้ใช้งานได้

5.Independent Image ALT Tags   คะแนน 3/10

การเพิ่ม ALT tag เป็นการแสดงข้อความรายละเอียดของรูปภาพ แม้ว่า ALT tag จะมีความสำคัญไม่มากในการจัดอันดับ SEO ของ Google แต่อาจมีผลกระทบต่อการแสดงผลในหน้าผลการค้นหารูปภาพของ Google

6.Independent H1 Headings   คะแนน 3/10

H1 head มักจะถูกกำหนดเป็นหัวเรื่องหลักที่แสดงอยู่ในหน้าสินค้าอยู่แล้ว โดยจะเป็นข้อความที่แสดงความเกี่ยวข้องกับข้อความที่ใช้ค้นหาใน Google โดยโปรแกรม e-commerce บางเจ้าจะไม่มีฟีเจอร์นี้มาให้ และอีกหลายๆ เจ้าจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

 

 

 

 

7.Canonical URLs   คะแนน 7/10

การใส่ Canonial tag เอาไว้ที่เว็บ เพื่อเป็นการลดและป้องกันการเกิดข้อมูลซ้ำ (duplicate content) ของเว็บเรา

8.Integrated Blogging Platform   คะแนน 10/10

การมี link คุณภาพจากภายนอกที่ชี้มายังเว็บไซต์ เป็นปัจจัยที่เพิ่มความโดดเด่นและความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์อีกด้วย

9.Social Sharing buttons   คะแนน 8/10

ปุ่มสำหรับแบ่งปันเนื้อหาภายในเว็บไซต์ไปยัง social network อื่นๆ เป็นไอคอนที่จดจำได้ง่าย ซึ่งจะช่วยให้ผู้เข้าชมสามารถแบ่งปันเนื้อหาไปยังเครือข่ายอื่นๆ ภายนอก เพื่อให้ผู้ใช้อ่านคนอื่นๆ สามารถเข้าถึงได้

10.Auto XML Sitemap   คะแนน 9/10

XML Sitemap คือ การสร้างไฟล์ในเครื่อง server ที่รวมโครงสร้างของเว็บไซต์ซึ่งเป็นเหมือน “สารบัญ” หรือ “ดัชนี” ที่รวม link ของทุกหน้าไว้ที่หน้าเดียว อีกทั้งยังช่วยให้ search engine สามารถเข้าถึงเว็บไซต์ได้ง่ายและรวดเร็ว

11.Use of own Domain Name   คะแนน 10/10

การใช้ชื่อ Domain name ต้องเป็นชื่อที่ไม่ซ้ำใคร และจะเป็นช่องทางที่ผู้ใช้งานจะสามารถเข้าถึง website เราได้โดยตรงบน internet

โดยหากท่านผู้อ่านสนใจที่จะสร้างเว็บไซต์ e-commerce ที่ให้ช่วยในการทำ SEO ได้อย่างครอบคลุม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงของ website สามารถติดต่อได้ที่  marketing@stream.co.th หรือโทร 02-679-2233


เขียนและเรียบเรียงโดย

กมลเนตร   วงศ์ปราโมทย์

Business Analyst

 

0 0 Continue Reading →

Digital Healthcare เมื่อเทคโนโลยีเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกทางการแพทย์

เทคโนโลยีเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในหลายๆ ด้าน รวมถึงในทางการแพทย์ที่มี Digital Healthcare เกิดขึ้น เป็นตัวกลางให้ข้อมูลของแพทย์และผู้ป่วยเชื่อมถึงกันได้มากยิ่งขึ้น

ในประเทศสหรัฐอเมริกา มีการเพิ่มทุน 25 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในบริษัท Digital Healthcare แห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้พัฒนาโปรแกรมสำหรับคนไข้ที่ต้องการหาหมอและเปรียบเทียบราคาการให้บริการทางการแพทย์ทั่วประเทศ

โดยบริษัท Digital Healthcare แห่งนี้ มีชื่อว่า Amino Inc ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2015 ที่เมือง San Francisco มีผู้สนใจร่วมทุนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นในกลุ่มทุน Highland Capital Management รวมทั้ง Accel , Aspect Ventures, Charles River Ventures, Northwestern Mutual Future Ventures และ Pilot Wall Group. ล่าสุดมูลค่าการลงทุนสูงถึง 44.4 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

บริษัท Amino ได้นำเทคโนโลยีมาสร้างระบบค้นหา โดยในระบบมีข้อมูลประกันสุขภาพมากกว่า 9 ล้านข้อมูลซึ่งเก็บมาจากการเคลมประกัน และในข้อมูลนั้นมีคนไข้ถึง 222 ล้านคน ด้วยระบบค้นหาที่ผ่านเว็บไซต์ ผู้ใช้จึงสามารถเข้าถึงได้ด้วยมือถือและคอมพิวเตอร์ สามารถค้นหาแพทย์และเปรียบเทียบราคาการให้บริการทางการแพทย์ในบริเวณใกล้เคียง

เดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา Amino ได้อัพเดทข้อมูลให้แก่ผู้ใช้ ซึ่งสามารถค้นหาการให้บริการทางการแพทย์ 49 ประเภท และสามารถเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายการให้บริการระหว่างรัฐได้ รวมถึงประมาณการค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายตามประสบการณ์ของแพทย์โดยดูจากประกันที่ผู้ใช้มีอยู่ ซึ่งพิจารณาจากข้อมูลของแพทย์ 550,00 คน และ 129 บริษัทประกัน โดยผ่านการให้บริการที่ชื่อว่า  “Find a doctor service”

มาดูการทำงานแบบคร่าวๆ กันครับ

เริ่มจากผู้เข้าชม ต้องการหาบริการทางการแพทย์ หรือ ต้องการประมาณการค่าใช้จ่ายของบริการทางการแพทย์ โดยพิมพ์ key word ที่ต้องการค้นหา

 

สมมติว่า ต้องการฝากครรภ์หรือทำคลอด เพียงแค่ search และ กรอกเงื่อนไข เช่น อายุ เพศ สถานที่ต้องการ

 

จากนั้นระบบจะทำการค้นหาข้อมูล แพทย์ ตามบริเวณที่เราได้เลือกเงื่อนไขไว้

 

จากนั้นระบบจะแสดงข้อมูลจำนวนแพทย์ ตามแต่ละพื้นที่ จากเงื่อนไขที่ได้ระบุไว้

 

ผู้ใช้สามารถเลือกดูข้อมูลแพทย์แบบละเอียดได้ และสามารถนัดแพทย์ได้เลย นอกจากนี้ยังสามารถดูรีวิวและดูค่าใช้จ่ายของแพทย์แต่ละคนที่ได้เลือกไว้

 

หรือจะทำการประเมินค่าใช้จ่ายสำหรับการให้บริการทางการแพทย์ได้ด้วย เช่น การ x-ray แขน

 

ระบบจะค้นหาและแสดงค่าใช้จ่ายให้ครอบคลุมตามพื้นที่ที่ต้องการอีกด้วย

 

Credit: https://www.digitalcommerce360.com/2017/04/10/676759/

 

หากสนใจ IT Solution สามารถติดต่อได้ที่ฝ่ายขายของเรา marketing@stream.co.th เราเป็น Magento Partner หนึ่งเดียวในประเทศไทย

แปลและเรียบเรียงโดย Kittiphat Dumrongprat

Business Analyst

 

 

 

 

0 0 Continue Reading →

ทำ A/B Testing ด้วย Google Content Experiments

เวลาเราสร้าง page ของ website ขึ้นมา มีหลากหลาย design หรือ หลากหลาย content เราจะวัดผลได้ยังไงว่าแบบ ไหนดีกว่ากัน จะใช้ตัววัดอะไรดี Pageviews ?  Bounces Rate ? Session Duration ? ในบทความนี้เราจะลองลงมือทำ A/B Testing  แบบง่ายๆ ด้วย

Google Content Experiments ซึ่ง ฟรี  ไม่เสียเงิน มาเริ่มกันเลยครับ

ก่อนที่จะทำ A/B Testing นั้น ต้องทำสิ่งเหล่านี้ก่อน

1.สมัคร Google Analytics  ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย

2.นำ code Google Analytics ไปวางบน page website

มาเริ่มกันเลย

  1. Sing in เข้าไปที่ Google Analytics > https://analytics.google.com/analytics/web/
  2. จากนั้นไป search คำว่า “Experiments” ทางด้านบนซ้าย

3.กดปุ่ม Create Experiment เพื่อเริ่มทำ A/B Testing กัน

4.ในตัวอย่างนี้ผมจะ Test จำนวนผู้เข้าชมระหว่าง blog A กับ blog B ซึ่งมี Design ต่างกันและเนื้อหาต่างกัน

ใน step 1 ให้ใส่เรียงตามนี้

  • ชื่อของวัตถุประสงค์ที่เราจะ test
  • วัตถุประสงค์ของการเทส ครั้งนี้ ซึ่งจะมีค่าเริ่มต้นให้ 3 ค่า
    • Pageviews – จำนวนผู้ที่เยี่ยมชม
    • Bounces เป็นอัตราของผู้เยี่ยมชมที่เข้ามายังหน้าเว็บของเราโดยที่ไม่ได้คลิ๊กต่อไปที่ไหนเลย
    • Session Duration – เวลาที่ผู้เยี่ยมชม อยู่ในหน้า page นั้นๆ
  • กำหนดค่า traffic ไปที่ 100%

จากนั้นกดปุ่ม save

Step 2

ให้ใส่ URL หน้า page ที่เราต้องการเทส โดยที่หน้าหลัก จะเป็น Original Page ส่วนหน้าที่เป็นตัวแปร ให้ใส่ที่ Variant1 และหากต้องการเปรียบเทียบหน้าอื่นๆ กับ Original Page ก็สามารถเพิ่มได้

Step 3

กดปุ่ม Manually insert the code และนำ copy code ไปวางไว้ที่ข้างล่าง tag header บน html page ที่เป็น original page

เอาไปวางไว้ตรงข้างล่าง html

Step 4

ถ้านำ code ไปติดเรียบร้อยแล้ว จะผ่านดังรูป แต่หากยังมี error แสดงว่า ติด code ผิด หรือยังไม่มี code Google Analytics ติดไว้

กดปุ่ม Save เป็นอันจบพิธีการ set A/B test  แบบง่ายๆ

 

อันนี้เป็นตัวอย่างผลการ test ที่ run มาได้ประมาณ เกือบ 2 เดือนครับ


A/B Testing คืออะไร ดูได้จากบทความนี้เลยครับ

 

ยังไงก็ลองดูกันนะครับ  สุดท้าย Google Experiment สามารถทำท่ายากได้อีกหลายท่า แต่อาจจะต้องมีความรู้ทางด้าน coding เพื่อเพิ่มความซับซ้อนของการเทส

เขียนโดย Kittiphat Dumrongprat

Business Analyst

 

 

0 0 Continue Reading →

ทำความรู้จัก A/B Testing

A/B Testing คืออะไร

A/B Testing เป็นวิธีการเปรียบเทียบการออกแบบของ Web page ที่ออกแบบมาแตกต่างกัน เพื่อดูว่าแบบไหนมีประสิทธิภาพมากกว่ากัน โดยที่พิจารณาจาก conversion rate ซึ่งเว็บไซต์แต่ละประเภทจะมี conversion rate ที่แตกต่างกัน เช่น

1.E-Commerce Website อาจจะวัดจาก ผู้เข้าชมเว็บไซต์ที่ซื้อสินค้ากับผู้เข้าชมเว็บไซต์เฉยๆ

2.Saas web app อาจจะวัดจากผู้เข้าใช้ application ที่ลงทะเบียนใช้ trail version และเปลี่ยนมาเป็นจ่ายเงิน (paid version)

3.ข่าวหรือ media เว็บไซต์ อาจจะวัดจากผู้เข้าชมเว็บไซต์ที่คลิกโฆษณหรือกด subscriptions  กับผู้เข้าชมเว็บไซต์เฉยๆ

 

ทุกธุรกิจบนเว็บไซต์ต้องการที่จะเปลี่ยนจาก ผู้เข้าชมเว็บไซต์มาเป็นผู้ซื้อสินค้าหรือการกระทำแบบอื่นๆ ที่เจ้าของเว็บไซต์ต้องการ เรียกว่า Conversion rate ซึ่งสิ่งนี้เป็นตัววัดประสิทธิภาพของตัวแปร A, B ว่าแบบไหนที่เราออกแบบแล้วมีประสิทธิภาพมากกว่ากัน

แล้วเราจะ test ส่วนไหนของ website ได้บ้าง

ทุกองค์ประกอบของเว็บไซต์สามารถทำ A/B Test ได้ ได้แก่
1.Headlines
2.Sub headlines
3.Paragraph
4.Testimonials
5.Text Link
6.Action Button
7.Links
8.Images
9.Content
10.Social proof
11.Media mentions
12.Awards และ badges

ขั้นตอนการทำ A/B Testing
1.ศึกษาข้อมูลเว็บไซต์ โดยใช้ Google Analytics เพื่อหาปัญหา เช่น หน้า page ที่มี bounce rate สูงๆ คนที่เข้ามาเว็บไซต์หน้าไหนแล้ว ออกจากเว็บไปโดยไม่ดูหน้าอื่นต่อ เช่น ถ้าคนเข้ามาดูหน้า home page แล้ว ไม่มีคลิกไปที่อื่นต่อ หรือไม่คลิกที่รูปภาพไหนเลย แสดงว่า ควรจะทำ A/B test ที่หน้า home page ก่อน เพราะ bounce rate สูง

2.ตั้งสมมติฐาน ควรจะตั้งสมมติฐานที่ทำให้เพื่ม conversion rate เช่น รูปโปรโมชั่น ควรทำให้มีเนื้อหาดึงดูใจผู้ที่เข้ามาชม หรือ ปุ่มซื้อสินค้าเล็กเกินไป ไม่เด่นทำให้ผู้เข้าชมเว็บไม่เป็นที่สังเกตุ

3.ทดสอบสมมติฐาน โดยการสร้างตัวแปรที่สอดคล้องกับสมมติฐานจากข้อ 2 โดยเทียบกับ web page ปัจจุบัน เช่น ตัวแปร A เป็น web page ปัจจุบันที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง และตัวแปร B เป็น web page ที่มีรูปโปรโมชั่นที่มีขนาดใหญ่ขึ้น มีเนื้อหาดึงดูดให้เข้ามาคลิก

4.ดูผลลัพธ์จากการสร้างตัวแปร AB test วิเคราะห์ผลลัพธ์จากข้อ 3 ว่าตัวแปร B ที่เราสร้างรูปโปรโมชั่นใหม่ มีผู้เข้าชมเข้ามากดคลิก เพิ่มขึ้นขนาดไหน ถ้ามีคนคลิกเยอะแสดงว่า ควรที่จะปรับปรุงรูปโปรโมชั่นบนหน้า homepage เพื่อลด bounce rate และ เพิ่ม conversion rate ให้มากกขึ้น แต่ถ้า ไม่มีการเปลี่ยนแปลง แสดงว่ารูปโปรโมชั่นไม่ใช่สิ่งที่ควรปรับปรุง ควรจะกลับไปข้อ 2 เพื่อตั้งสมมติฐานใหม่และลองใหม่เพื่อหาสาเหตุปัญหาบน web page


 

บทความต่อไป เป็นการใช้ Google Experiment ทำ A/B Testing แบบ ฟรีๆ ไม่เสียค่าใช้จ่าย

 

หากสนใจที่จะเพิ่มยอดขายให้กับ E-Commerce  สามารถติดต่อได้ที่ฝ่ายขายของเรา marketing@stream.co.th เราเป็น Magento Partner หนึ่งเดียวในประเทศไทย

เขียนโดย Kittiphat Dumrongprat

Business Analyst

 

0 0 Continue Reading →

Automic Live Bangkok งานสัมมนาองค์ความรู้เทคโนโลยีการทำ Automation สุด Exclusive

Stream I.T. Consulting มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่เราได้สนับสนุนและร่วมมือกับ Automic Software Pte. ซึ่งเป็นคู่ค้ากันมายาวนาน รังสรรค์จัดกิจกรรมดีๆ อย่างงาน Automic Live Bangkok ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2560 ณ โรงแรม The St. Regis Bangkok ให้กับลูกค้าผู้มีอุปการคุณ ได้มีทางเลือกในการส่งเสริมธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน ด้วย Solution จาก Automic Software ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้กระบวนการทำงานทางด้าน IT Operation สามารถดำเนินไปได้อย่างเป็นระบบ เป็นขั้นตอน และอัตโนมัติ

โดย Solution ของ Automic Software สามารถช่วยให้งาน IT Operation ต่างๆ เป็น IT Automation ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการประมวลผลแบบ Batch Processing กระบวนการ Application Deployment  หรือกระบวนการบริหารจัดการระบบงานต่างๆ ใน Data Center ให้เป็นไปอย่างถูกต้อง รวดเร็ว ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดเวลาในการทำงานทางด้าน IT Operation ได้อย่างมาก สามารถตอบสนองความต้องการทางด้านธุรกิจขององค์กรได้สูงสุด

ภายในงานได้มีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ มาบรรยายเกี่ยวกับระบบ พร้อมสาธิตการทำงานจริงและตัวอย่างจากการใช้งานจริงของหน่วยงานต่าง ๆ ที่ผ่านมา เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาในครั้งนี้ได้เห็นภาพที่ชัดเจนและได้แนวทางในการนำไปประยุกต์ใช้กับองค์กรของตนเอง

เราได้รวบรวมภาพบรรยากาศในงานมาให้ชมกันค่ะ

ติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับ Stream I.T. Consulting ได้ที่เว็บไซต์ www.stream.co.th และ FB Fan Page www.fb.com/streamitconsulting

สนใจสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับโซลูชั่นต่างๆ ได้ที่ marketing@stream.co.th หรือโทร 02-679-2233

0 0 Continue Reading →

Stream Innovation Day งานรวมนวัตกรรมดิจิทัลที่น่าสนใจมาอย่างครบครัน

ผ่านไปแล้วสำหรับงาน Stream Innovation Day จาก Stream I.T. Consulting ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2560 ที่ผ่านมา ณ โรงแรม Sofitel Bangkok Sukhumvit ไฮไลท์ของงานบนเวทีก็คือซอฟต์แวร์ Digital Report Center (DRC) พร้อมการสาธิตวิธีการใช้งาน โดยซอฟต์แวร์นี้เหมาะสำหรับจัดเก็บรายงานในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ไม่ว่าจะเป็นรายงานงบดุล ใบเสร็จรับเงิน ใบแจ้งหนี้ รายงานสินค้าคงคลังของโรงงาน ฯลฯ เพราะเป็นเอกสารที่จะต้องมีการเรียกตรวจสอบจากกรมสรรพากร ซึ่งปกติแล้วทุกบริษัทจะต้องปริ้นท์เอกสารเหล่านี้ออกมาเก็บไว้ อันเป็นเหตุให้ต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายไปกับการจัดเก็บ พื้นที่ ตู้เก็บเอกสาร กระดาษ หมึกพิมพ์ เป็นต้น

แต่ด้วยซอฟแวร์นี้ องค์กรต่างๆ สามารถเก็บข้อมูลจากระบบ แล้วนำมา generate report ในรูปแบบดิจิทัล และจัดเก็บบน cloud  ทำให้ประหยัดต้นทุนค่าใช้จ่ายดังกล่าวไปได้มาก นอกจากนี้ยังสะดวกในการเรียกค้นข้อมูล โดยสามารถให้สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลกับผู้ที่จำเป็นต้องเรียกใช้งาน และช่วยให้กรมสรรพากรสามารถค้นข้อมูลจากระบบได้โดยตรง จึงไม่จำเป็นต้องเข้าไปค้นหาข้อมูลที่บริษัทนั้นๆ อีกต่อไป เป็นการประหยัดเวลาและให้ความสะดวกสบายกับทุกฝ่าย

ซอฟต์แวร์ Digital Report Center (DRC) นี้ ได้รับการรับรองจากกรมสรรพากรแล้วว่าสามารถใช้ในการจัดเก็บภาษีอย่างถูกต้อง ตามคำสั่งสรรพากรที่ ป.121/2545 และหากบริษัทใดใช้ซอฟต์แวร์นี้ กรมสรรพากรก็จะยกเลิกภาษีย้อนหลังให้อีกด้วย

นอกจากนี้ ภายในงานยังได้นำเทคโนโลยีหลากหลายมาออกบูธด้วย อาทิ อาทิ Intelligent Video Analytics (IVA) ฟังก์ชันวิดีโอในกล้องวงจรปิดที่มากกว่าแค่การเก็บภาพ แต่ยังช่วยวิเคราะห์สถานการณ์เสี่ยงและแจ้งเตือนได้, Bluemix ช่วยในการเขียนแอปพลิเคชั่น และทำให้การทำงานของแอปพลิเคชั่นทั้งในมือถือและเว็บไซต์ทำงานได้รวดเร็ว, Business Process Management (BPM) ระบบการจัดการกระบวนการทางธุรกิจ ที่ช่วยให้องค์กรสามารถพัฒนากระบวนการทำงานอย่างอัตโนมัติ รวมถึงช่วยให้ผู้บริหารสามารถกำหนด คาดการณ์และประเมินสภาวะในองค์กรได้ก่อนเกิดปัญหา, IFS Enterprise Resource Planning (ERP) การวางแผนทรัพยากรทางธุรกิจขององค์กรโดยรวม ทั้งการจัดซื้อ จัดจ้าง การผลิต การซ่อมบำรุงเครื่องจักร การขาย บัญชีการเงิน ฯลฯ

นอกจากนั้นยังมีโซลูชั่นอีกมากมาย ได้แก่ Enterprise solution เพิ่มขีดความสามารถให้ data center ของคุณ, Connectivity solution การป้องกันความปลอดภัยของเครือข่ายและการส่งผ่านข้อมูล, Endpoint solution ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าใช้งานผ่านเดสก์ท็อปหรือแอพพลิเคชั่นอย่างง่ายดายและปลอดภัย, Hybrid Cloud เป็นการผสมผสานระหว่าง Private Cloud และ Public Cloud เพื่อเก็บรักษาข้อมูลของลูกค้าให้เป็นส่วนตัวและมีความปลอดภัยสูงสุด เข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา และสามารถปรับขยายได้ตามที่ต้องการ  มีการจัดแสดงหุ่นยนต์ (Robotics) ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้คุณได้มากกว่าที่คุณคิดฝัน รวมถึงมีเกมสนุกๆ ให้ได้ร่วมเล่นกันด้วย

 

ภาพบรรยากาศภายในห้องสัมมนา

 

ภาพบรรยากาศโดยรวม นอกจากซอฟต์แวร์ Digital Report Center (DRC) ที่กล่าวถึงบนเวทีแล้ว ยังมีโซลูชั่นน่าสนใจอื่นๆ อีกมากมายมาให้เลือกสรร

 

สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณทุกท่าน ที่มาร่วมงาน Stream Innovation Day ทางสตรีมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการสนับสนุนจากทุกท่านอีก ในโอกาสต่อๆ ไปค่ะ

ติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับ Stream I.T. Consulting ได้ที่เว็บไซต์ www.stream.co.th และ FB Fan Page www.fb.com/streamitconsulting

สนใจสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับโซลูชั่นต่างๆ ได้ที่ marketing@stream.co.th หรือโทร 02-679-2233

0 2 Continue Reading →