Skip to Content

Blog Archives

พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลฯ ใกล้ครบกำหนด 1 ปี! รีเช็คว่าคุณพร้อมแล้วหรือยัง

ใกล้ครบกำหนด 1 ปี ที่ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 จะเริ่มมีผลบังคับใช้ ปลายเดือนพฤษภาคม 2563 นี้แล้ว เชื่อว่าหลายองค์กร ต่างก็เตรียมความพร้อมและเร่งมือในการทำตามข้อกำหนด

Blog ก่อนหน้านี้ เราได้พูดถึงสาระสำคัญในพ.ร.บ. ที่เกี่ยวกับสิทธิ์ของเจ้าของข้อมูลและสิ่งที่ผู้เก็บข้อมูลพึงกระทำและระวังเพื่อไม่ให้เป็นการละเมิดกฎหมาย ซึ่งมีบทลงโทษทั้งทางแพ่งและทางอาญา

ในภาคนี้ เราจะเน้นเรื่องคนในองค์กร ก่อนอื่นเราต้องเช็คว่า หน่วยงานของคุณเข้าข่ายต้องทำตาม พ.ร.บ. นี้หรือไม่

ใน พ.ร.บ. ได้ระบุหน้าที่ของผู้ที่มีส่วนสำคัญ 3 ฝ่าย ได้แก่
1. ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller) เป็นบุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจ เกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
2. เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer: DPO) เป็นผู้ที่องค์กรจะต้องแต่งตั้งขึ้นมา หากเป็นหน่วยงานรัฐหรือหน่วยงานที่มีข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมาก หรือมีการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลที่ sensitive
3. ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processor) เป็นบุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการดังกล่าวจะต้องไม่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

หากจะอธิบายให้เข้าใจง่ายก็คือ ถ้าคุณมีการเก็บและใช้ข้อมูลที่ทำให้สามารถระบุตัวตนได้ อย่าง ชื่อ, เบอร์โทร, รูปภาพ, ประวัติส่วนตัวทุกอย่าง หรือต้องประมวลผลข้อมูลลูกค้าของลูกค้า หรือแม้ธุรกิจจะอยู่นอกประเทศไทย แต่มีการเสนอขายสินค้าให้กับคนในประเทศไทย มีการใช้และรับข้อมูล ไม่ว่าจะผ่านอีเมล เว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย ไปรษณีย์ หรือช่องทางอื่นใด ยินดีด้วยค่ะ คุณเข้าข่ายที่จะต้องปฎิบัติตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

ทีนี้แต่ละองค์กรต้องมาดูว่า แผนกใดที่ต้องเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลบ้าง ซึ่งประเด็นหลักที่ต้องพิจารณาคือ “ข้อมูลทุกอย่างที่เก็บและใช้ ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล” หรือที่เราเรียกว่าการทำ consent ว่าจะเก็บข้อมูลเพื่ออะไร นำไปใช้ทำอะไร มีการแจ้งวัตถุประสงค์ และให้รายละเอียดในการเก็บข้อมูลที่ชัดเจนสำหรับการนำไปใช้แต่ละครั้ง ทั้งยังต้องให้สิทธิ์แก่เจ้าของข้อมูลเมื่อใดก็ตามที่ต้องการถอนความยินยอม

ตัวอย่างข้อมูลส่วนบุคคลที่แต่ละแผนกในองค์กรเกี่ยวข้อง ได้แก่
1. ฝ่ายทรัพยากรบุคคล มีข้อมูลพนักงาน ไม่ว่าจะเป็น ประวัติส่วนตัว ข้อมูลด้านสุขภาพ สัญญาจ้างงาน รวมถึงข้อมูลของผู้สมัครงาน เช่น Resume, CV, ใบสมัคร เป็นต้น
2. ฝ่ายการตลาด และประชาสัมพันธ์ มีการเก็บข้อมูลลูกค้า เช่น ฐานข้อมูลติดต่อ มีการทำแคมเปญและกิจกรรมการตลาด อาทิ การส่งจดหมายข่าว ส่งแบบสอบถาม ส่งหมายเชิญมางานอีเว้นท์ เป็นต้น
3. ฝ่ายขาย มีข้อมูลลูกค้า ข้อมูลผู้สนใจสินค้า
4. ฝ่ายกฎหมาย มีการเขียนสัญญา ข้อตกลง การออกนโยบายต่างๆ ขององค์กร เพื่อรองรับเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล
5. ฝ่ายไอที ผู้ดูแลระบบ จะต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม
ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีโซลูชั่นด้านความปลอดภัยของข้อมูลที่มารองรับทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น Server, Storage, Database, Application, Network Firewall, Website, Email Gateway ฯลฯ

แม้ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้จะส่งผลกับภาพรวมองค์กร เพราะทุกแผนกที่เกี่ยวข้องจะต้องเข้าใจและปฎิบัติตามพร้อมๆ กัน แต่ถ้ามีระบบหลังบ้านที่ดี ก็ย่อมเป็นตัวช่วยสำคัญในการจัดการให้ง่ายและราบรื่นยิ่งขึ้น

สตรีมฯ เราทำด้าน Cybersecurity มายาวนานค่ะ และมีประสบการณ์วางระบบรักษาความปลอดภัยด้านไอทีให้กับหลายภาคส่วน เรามีโซลูชั่นด้านความปลอดภัยของข้อมูลที่ครบครัน มาดูกันว่าเราทำอะไรที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันดูแลข้อมูลส่วนบุคคลบ้างค่ะ

สนใจติดต่อฝ่ายการตลาดได้ที่อีเมล Marketing@stream.co.th หรือโทร. 092-283-5904 นะคะ

 

0 0 Continue Reading →

สุดยอดเคล็ดลับปั่นเพจวิวบนโลกออนไลน์ให้ถึงแสนได้ใน 3 ขั้นตอน

การตลาดนั้นเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา สมัยก่อนถ้าเราจะโปรโมทสินค้าทีก็ต้องติดต่อโฆษณาทางทีวีซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก แต่มาทุกวันนี้ แค่ใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ก็สามารถเข้าถึงคนนับล้านได้อย่างไม่ยากเย็น หากอยากให้มีคนรู้จักบนโลกออนไลน์ในเวลาอันรวดเร็ว ลองเอา 3 วิธีนี้ไปใช้กันดู รับรองเห็นผลแน่นอนครับ

1. ให้เหล่าคนดังบนโลกออนไลน์ช่วยโปรโมท

บนโลกออนไลน์นั้นอย่างที่รู้ครับว่าใครเริ่มก่อนก็ประสบความสำเร็จก่อน ดังนั้นในเมื่อเรามาทีหลังก็ต้องอาศัยการขอความช่วยเหลือจากเหล่ารุ่นพี่ที่มากประสบการณ์เหล่านี้นี่แหละ ให้เข้ามาช่วยโปรโมทเพจและเว็บไซต์ของเรา จะเป็นเน็ตไอดอล เซเล็บฯ บล็อกเกอร์ หรือ Youtuber ก็ได้หมด แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราเห็นใครมีผู้ติดตามเยอะ ๆ ก็เอาคนนั้นนะครับ เราต้องมีหลักในการเลือกนิดนึง โดยดูที่คาแรคเตอร์ของคนดังเหล่านั้นว่าใครเหมาะสมและเข้ากันได้ดีกับสินค้าที่เรามีที่สุด แค่นี้ก็จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ ทำให้การโปรโมทครั้งนี้ประสบความสำเร็จได้แล้วล่ะ

 

2. โฆษณาบนโซเชียล

เดี๋ยวนี้ถ้าหวังเพียงแค่จะทำ SEO หรือ SEM ธุรกิจคงไปไม่รอดแน่ ๆ เพราะคนเราไม่ได้เข้าแต่ google เหมือนอย่างที่เคย แต่พฤติกรรมของคนไทยทุกวันนี้มีโซเชียลมีเดียเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ไม่ว่าจะไปทางไหนต้องเห็นคนกด Facebook, IG, Twitter, Youtube มันทำให้รู้ได้ว่าช่องทางทำการตลาดออนไลน์หรือเข้าถึงคนจำนวนมากนั้นถูกเปลี่ยนไป เพราะฉะนั้นถ้าอยากเพิ่มฐานลูกค้าให้เป็นที่รู้จักล่ะก็ การโฆษณาบนโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นอะไรที่มองข้ามไปไม่ได้เลยล่ะ

 

3. แชร์กันคนละนิด เดี๋ยวชีวิตก็ดีขึ้น

สองวิธีข้างต้นเราพูดถึงการเสียเงินดึงลูกค้าเข้ามากันแล้ว วิธีสุดท้ายนี้มาดูการเพิ่มฐานลูกค้าแบบไม่เสียเงินเสียทองกันบ้างดีกว่า ซึ่งผมเห็นหลายคนทำธุรกิจเองแท้ ๆ แต่ไม่กล้าแชร์ธุรกิจที่ตัวเองทำ อายเพื่อนบ้างอะไรบ้าง ซึ่งธุรกิจตรงนี้มันเป็นของเราเองครับ ถ้าเราไม่เริ่มต้นจากการแชร์มันออกไป แล้วใครเค้าจะมารู้จักเรา จริงมั้ย ดังนั้นอย่าไปคิดมาก การแชร์และบอกต่อจะทำให้ธุรกิจของเราดังขึ้นมาได้ ยิ่งถ้าใครมีทีมงานเยอะ ๆ อาจขอให้เค้าช่วยแชร์ลง Facebook ของตัวเอง สมมติมีทีมงานสัก 10 คน คนนึงมีเพื่อนบนโซเชียลมีเดียสัก 500 คน ช่วยกันแชร์รวม ๆ กันก็อาจทำให้มีคนเห็นธุรกิจของเราเพิ่มขึ้นอีก 5,000 คนแล้วครับ

นี่แหละครับเหตุผลที่เราต้องเกาะติดและอัพเดทวิธีทำการตลาดใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา ซึ่งทุกวันนี้การแข่งขันของธุรกิจล้วนลงมาอยู่บนโลกออนไลน์ทั้งสิ้น ดังนั้นใครที่เพิ่งเริ่มต้นทำเว็บไซต์หรือเปิดเพจใหม่ ๆ ลองนำ 3 วิธีนี้ไปใช้กันนะครับ

หากท่านใดสนใจทราบเคล็ดลับดีๆ ทางด้านไอที เรามีโซลูชันมากมายที่ตอบโจทย์คุณ สามารถติดต่อเราได้ที่ marketing@stream.co.th หรือโทร 02-679-2233 ครับ

0 0 Continue Reading →

เคล็ดลับทำการตลาดออนไลน์ ชี้ช่องรวยง่าย ๆ ด้วย Video

คลิปวิดีโอเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่จะช่วยให้ธุรกิจของเราเป็นที่รู้จักได้มากยิ่งขึ้น เพราะประสิทธิภาพในการเข้าถึงคนหมู่มากของมันนั่นเองครับ ถ้าคลิปไหนปังขึ้นมา คนก็พร้อมจะแชร์กันไปยาว ๆ ทำให้ธุรกิจเล็ก ๆ บางรายโด่งดังขึ้นได้ในชั่วข้ามคืน ด้วยเหตุนี้แหละครับที่ทำให้ใคร ๆ ก็พยายามจะสร้างไวรัลคลิปเป็นของตัวเอง ซึ่งบอกได้เลยว่าถ้าบวกกับวิธีทำการตลาดเหล่านี้เข้าไปด้วยนะ วิดีโอของคุณจะขายได้ขายดีจนสร้างกำไรให้คุณเป็นกอบเป็นกำเลยล่ะ

  1. ดูคลิปเสร็จแล้ว ต้องติดต่อได้สะดวก

ไหน ๆ เราก็คิดจะทำคลิปดี ๆ ขึ้นมาสักอันแล้วก็อย่าลืมช่องทางการติดต่อของตัวเองเอาไว้ด้วยนะครับ จะแปะลิงก์ลงไปพร้อมโพสต์ หรือฝังเอาไว้อยู่ในวิดีโอก็แล้วแต่ เพราะถ้าเราไม่มีช่องทางติดต่อตรงนี้ให้ คนดูคลิปเราเสร็จเค้าก็จะปิดไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ถ้าเรามีลิงก์สักหน่อย เค้าก็สามารถกดเข้ามาติดต่อเราโดยตรงได้ในทันที ช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างยอดขายให้เราได้มากเลยล่ะ

Contact Us

  1. โฆษณาผ่านช่องทาง Facebook

อย่าได้เสียดายเงินในการโฆษณาตรงนี้เลยนะครับ เพราะถ้าเรามัวแต่คิดมากกับมัน วิดีโอที่เราอุตส่าทุ่มทุนสร้างขึ้นมาก็อาจเข้าไม่ถึงผู้คนอย่างที่เราหวังไว้ และแสดงศักยภาพให้เห็นออกมาได้ไม่เต็มที่ แบบนี้ไม่คุ้มค่าเหนื่อย ค่าเสียเวลาแน่ ยิ่งตอนนี้ Facebook เค้าปรับอัตราการเข้าถึงให้เหลือต่ำกว่า 1% ยิ่งทำให้คนเห็นวิดีโอของเราน้อยลงไปใหญ่ เพราะฉะนั้นใช้งาน Facebook Ads เลยดีกว่าครับ เลือก Campaign Get Video views และหากลุ่มเป้าในการยิงโฆษณา รับรองใส่เงินไปเท่าไหร่ ยิ่งได้กำไรกลับคืนมาเป็นเท่าตัวเท่านั้นแหละ

 

  1. ใช้ของใกล้ตัว ไม่ต้องมัวหาซื้อใหม่

การทำไวรัลคลิปให้ประสบความสำเร็จได้ สิ่งที่สำคัญคือ เราต้องไม่เสียเงินอะไรที่มันเกินจำเป็น บางคนอยากประสบความสำเร็จด้วยวิดีโอก็จ้างตากล้อง ซื้ออุปกรณ์ใหม่ราคาหลายหมื่นมาเพื่อถ่ายทำ ซึ่งพอใช้งานเสร็จก็เก็บไว้ไม่ได้หยิบมาใช้ต่ออีกเลย แบบนี้เรียกว่าฟุ่มเฟือย วิดีโอดี ๆ เกิดขึ้นจากแนวคิด การวางแผนที่ดีเท่านั้นครับ เพราะจริง ๆ แล้วกล้องมือถือธรรมดาทั่วไปก็สามารถสร้างสรรค์ไวรัลคลิปดี ๆ ได้แล้ว ถ้าเราลงทุนกับกล้องกับอุปกรณ์เยอะ บางทีกำไรที่ได้กลับมาหักลบทุกอย่างแล้วอาจจะไม่คุ้มกันก็ได้นะ เพราะฉะนั้นใช้ของใกล้ ๆ ตัวที่มีไปน่ะแหละครับดีแล้ว

 

นี่แหละครับ เคล็ดลับในการทำการตลาดด้วยวิดีโอ

หากท่านใดสนใจทราบเคล็ดลับดีๆ ทางด้านไอที เรามีโซลูชันมากมายที่ตอบโจทย์คุณ สามารถติดต่อเราได้ที่ marketing@stream.co.th หรือโทร 02-679-2233 ครับ

0 0 Continue Reading →

5 เรื่องต้องระวัง ก่อนลงมือทำธุรกิจออนไลน์ บอกเลยคนพลาดเพียบ

การมีธุรกิจออนไลน์เป็นของตัวเองเป็นอีกหนึ่งความใฝ่ฝันของคนสมัยนี้เลยนะครับ เพราะหลายคนมองเห็นผู้ที่ประสบความสำเร็จ วัน ๆ ไม่ต้องทำอะไรรอคนเข้ามาสั่งของและนอนรับเงินแบบสบาย ๆ มีเวลา มีอิสระ มีเงิน จะเที่ยวไกลแค่ไหนก็ได้ พอเห็นแบบนี้หลาย ๆ คนก็กระโดดเข้ามาเริ่มทำธุรกิจออนไลน์ของตัวเองกันเต็มไปหมด โดยหวังว่าสักวันจะประสบความสำเร็จอย่างเค้าบ้าง แต่รู้มั้ยครับ ต่อให้ขยันและตั้งใจมากเพียงใด ถ้ายังคงทำ 5 ข้อนี้อยู่ ก็ยากที่จะประสบความสำเร็จ มาดูกันครับว่าอะไรบ้างที่ควรเลี่ยง

 

1. ใช้คอนเทนต์เดียว วนซ้ำอยู่ตลอด

ธุรกิจออนไลน์อยู่ได้ด้วยคอนเทนต์เลยนะ ถ้าคอนเทนต์ดี ความสำเร็จก็จะเข้ามาเร็ว แต่ถ้าคอนเทนต์นั้นดี และลงซ้ำอยู่บ่อย ๆ โดยไม่เปลี่ยน แบบนี้ลูกค้าก็จะเบื่อ เพราะเจอแต่ความรู้เดิม ๆ ซ้ำซาก เรื่องเดิม ๆ ไม่มีอะไรใหม่ จำเจ คอนเทนต์ดี ๆ รีรัน รีโพสต์ได้ครับ ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ก็ไม่ควรเอาใช้อยู่ทุกวันจนทำให้เกิดความรำคาญ

 

2. สร้างคอนเทนต์บนเรื่องละเอียดอ่อน

เพราะอารมณ์ขันของคนเรามันไม่เหมือนกัน บางอย่างเราอาจมองว่าเฉย ๆ แต่คนอื่นอาจจะมองว่ามันร้ายแรงเกินจะรับได้ก็ได้ ดังนั้นขอให้คิดก่อนที่จะสร้างสรรค์อะไรสักอย่าง คิดก่อนจะโพสต์ข้อความอะไรลงไป เพราะเมื่อไหร่ที่มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ความหวังดี หรือจุดขายที่เราคิดว่าคงจะช่วยให้ธุรกิจเราปังแน่ ๆ อาจกลายเป็นสิ่งที่ทำให้ธุรกิจเราล้มละลายได้เลย

 

3. คิดแต่จะใช้ของดี ราคาถูก

การทำธุรกิจมันคือการลงทุนอยู่แล้วครับ ถ้าหวังว่าธุรกิจบนโลกออนไลน์จะสามารถตอบโจทย์ชีวิตที่ไม่ต้องใช้เงินได้ ขอบอกเลยว่าคิดผิดแล้ว จะใช้มากใช้น้อยอันนี้ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละคน ถ้าเราขายสินค้าและจ้างคนที่ไม่มีฝีมือมาถ่ายรูปให้ เค้าก็คงถ่ายออกมาได้ไม่ดี สินค้าไม่น่าดึงดูด สุดท้ายพอโพสต์ไปก็ไม่มีใครสนใจ เทียบกับคู่แข่งที่ลงทุนจ้างตากล้องมืออาชีพมาถ่ายสินค้าในสตูดิโอให้ มีการแต่งสี แต่งภาพ แบบนี้เพื่อน ๆ คิดว่าใครจะประสบความสำเร็จกว่ากันล่ะครับ

 

4. ไม่รู้กลุ่มเป้าหมายของตัวเอง

อีกหนึ่งข้อผิดพลาดคือ คนชอบทำการตลาดกันออกไปโดยไม่กำหนดกลุ่มเป้าหมายเอาไว้ให้แน่นอน เจอคอนเทนต์อะไรก็เอามาแชร์ เอามาโพสต์ซะหมด ซึ่งนอกจากมันจะทำให้พื้นที่ของเรารกแล้ว ยังทำให้รบกวนต่อคนที่ติดตามเราด้วยนะครับ เนื่องจากมันไม่ใช่สิ่งที่เค้าสนใจ โพสต์บ่อย ๆ อาจทำให้เค้าเลิกติดตามได้เลยล่ะ

 

5. ทำงานช้า ไม่ทันกระแสอะไรสักอย่าง

เข้าใจว่ากระแสไวรัลของสังคมออนไลน์นั้นมาไวไปไวมาก แต่เชื่อมั้ยครับ ถ้าเราคว้ากระแสเหล่านั้นไว้ทัน และสร้างคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์กันได้ รับรองลูกค้าหน้าใหม่ ๆ เข้ามาหาเราเพียบ แต่ที่เห็นก็คือ หลายบริษัทอยากจะเล่นเรียลไทม์คอนเทนต์ แต่ดันทำช้าไปเป็นอาทิตย์ ๆ กว่าคอนเทนต์จะเสร็จ กว่าจะโพสต์ออกไป คนเค้าก็ลืมไปหมดแล้ว นอกจากคนดูจะไม่อิน ยังทำให้เค้ารู้สึกว่าธุรกิจและแบรนด์ของคุณเฉื่อยช้าอีกต่างหาก

หากท่านใดสนใจทราบเคล็ดลับดีๆ ทางด้านไอที เรามีโซลูชันมากมายที่ตอบโจทย์คุณ สามารถติดต่อเราได้ที่ marketing@stream.co.th หรือโทร 02-679-2233 ครับ

0 0 Continue Reading →

มือใหม่ต้องรู้กับ 3 กลยุทธ์บุกตลาดออนไลน์ แบบไม่เสียเงินเลยสักบาทเดียว

การทำธุรกิจออนไลน์สมัยนี้เป็นเรื่องที่ง่ายดายมากเลยนะครับ เพราะเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาขึ้น การเข้ามาของอินเทอร์เน็ตที่ทุกบ้านต้องมี ทำให้ธุรกิจออนไลน์ขยายวงกว้าง มีลูกค้าจำนวนมากรอใช้บริการ แต่เพราะทุกอย่างมันง่าย ใคร ๆ ก็เลยอยากทำ คู่แข่งของธุรกิจออนไลน์จึงเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัวนั่นเอง และวันนี้ เพื่อให้เพื่อน ๆ ทุกคนสามารถทำธุรกิจออนไลน์ได้อย่างประสบความสำเร็จ เราจะมาบอกถึง 3 กลยุทธ์บุกตลาดออนไลน์ แบบไม่เสียเงินเลยสักบาทเดียว ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้น ตามไปดูกันเลย

 

  1. สร้างตัวตนผ่านคลิป

แน่นอนครับว่าการมีตัวตนจะทำให้ธุรกิจของคุณไปได้ไกลกว่าใครคนอื่น เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่มีคนจดจำเราได้ ก็จะยิ่งทำให้เค้ารู้จักสินค้าของเรามากขึ้น ซึ่งตัวตนตรงนี้เราทุกคนสามารถสร้างมันได้ง่าย ๆ ผ่านคลิปวิดีโอ ไม่ว่าจะเกี่ยวกับอะไรก็ตาม ลองนึกดูครับว่าเราถนัดอะไร ชอบอะไร เก่งด้านไหน และทำวิดีโอสอนเกี่ยวกับเรื่องเหล่านั้นออกมา เหมือนอย่างหลาย ๆ คนที่ดังขึ้นมาจากการสร้างตัวตนผ่านคลิปตรงนี้ เช่น โมเมพาเพลิน เฟ็ดเฟ่ บี้เดอะสกา ทุกวันนี้เค้าเหล่านั้นเป็นที่จดจำของคนบนโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะทำธุรกิจอะไร ก็มีฐานแฟนคลับรอใช้บริการกันอย่างล้นหลามเลยล่ะครับ

 

  1. ใช้ Facebook Group ช่วยโปรโมท

Facebook Group เป็นอะไรที่คนไทยมองข้ามกันมาก แต่ต่างประเทศนี่เค้าใช้ประโยชน์จากมันได้อย่างมากมายมหาศาลเลย เพราะเนื่องจาก Facebook เป็นสังคมออนไลน์ที่เปิดให้บริการฟรี ทำให้เราไม่ต้องเสียเงินเสียทองในการเข้าถึงคนจำนวนมาก อีกทั้งการเข้าร่วมกลุ่มต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเรานั้น ทำให้เราได้เจอกับกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจ ซึ่งตรงนี้แหละครับที่จะช่วยเราประหยัดเงินโฆษณาไปได้หลายหมื่นหลายแสนบาท

 

  1. Live ให้ดู เพิ่มความเป็นกันเองของลูกค้า

มาถึงกลยุทธ์สุดท้ายที่จะช่วยเพิ่มลูกค้าและยอดขายให้ธุรกิจออนไลน์ของเราได้แบบฉลุย ซึ่งก็คือ การใช้งาน Live นั่นเอง เดี๋ยวนี้แทบจะทุกแพลตฟอร์ม มีฟังก์ชันนี้กันหมดแล้วนะครับ ดังนั้นถ้าปกติเราใช้งานแพลตฟอร์มไหนเป็นหลักก็สามารถทำการ Live ได้ทันที โดยข้อดีของการ Live นั้นคือ มันทำให้ลูกค้ารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ ทำให้เค้าเชื่อใจ และรู้สึกดีกับเรามากยิ่งขึ้น ซึ่งการ Live แต่ละครั้งนั้นอาจเป็นการพาไปดูขั้นตอนการผลิตสินค้าแบบที่ไม่มีใครเคยเห็น หรือเป็นการพูดคุยตอบข้อสงสัยที่ลูกค้าชอบถามกันมาบ่อย ๆ ก็ได้ ถ้ามีเวลาว่างอาจเปิดให้ลูกค้าสอบถามกันสด ๆ เลยยิ่งดี เพราะการสื่อสารแบบสองทางนี้จะทำให้เค้ารู้สึกว่าเรามีความใส่ใจต่อลูกค้าทุกคน ซึ่งจะส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้นได้นั่นเอง

 

หากท่านใดสนใจทราบเคล็ดลับดี ๆ ทางด้านไอที เรามีโซลูชันมากมายที่ตอบโจทย์คุณ สามารถติดต่อเราได้ที่ marketing@stream.co.th หรือโทร 02-679-2233 ครับ

0 0 Continue Reading →

B2B MARKETING 2016

     “Digital Marketing”  ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย และถือเป็นอาวุธสำคัญสำหรับนักการตลาดในยุคปัจจุบัน สำหรับธุรกิจแบบ B2B การทำ Marketing มีความสำคัญไม่น้อย ซึ่งบางมุมมองอาจจะแตกต่างกับ B2C  มาดูกันครับว่า ข้อมูลเป็นอย่างไร

จาก Blog ที่แล้ว B2B MARKETING 2015 จะเห็นเป้าหมาย และเครื่องมือที่เหล่านักการตลาดใช้ คราวนี้เรามาดู แนวโน้มว่าพวกเค้าเหล่านั้นจะมีเป้าหมายและเครื่องมืออย่างไรบ้าง

เป้าหมายของการลงทุนทำ Digital Marketing ในปี 2016

mk2016

จากข้อมูลการ Survey นักการตลาด

ที่มา Source: Regalix Research

อันดับที่ 1 ยังคงเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับธุรกิจ ถึง 67% รองลงมาอันดับ 2 และ 3 61% เท่ากันเป็นการเพิ่มยอดขายซี่งเปอร์เซนต์และ leads generated (กิจกรรมทางด้านการตลาดที่ให้ได้รายชื่อของผู้ติดต่อทางธุรกิจที่จะนำไปสู่กระบวนการและขั้นตอนของการขาย)   ส่วนความต้องการเพิ่มฐานลูกค้าและ Brand awareness มาเป็นอันดับที่ 4 คงอันดับเดิมจากปี 2015 ส่วนอันดับ 5 การพัฒนาลูกค้าสัมพันธ์ เลื่อนมาจากอันดับที่ 6 ของปี 2015

Digital Channel ที่ลงทุนไปในการบรรลุเป้าหมายในปี 2016

mk2016-2

อันดับ 1 Web site เช่น web e-commerce ที่รองรับหน้าจอต่างๆ responsive design ซึ่งในปัจจุบัน e-commerce ทำงานได้หลักล้านล้านบาทเลยทีเดียว

อันดับ 2 Email Marketing เป็นส่วนที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายและส่งข้อมูลทางการตลาดเข้าถึงลูกค้าจำนวนครั้งละมากๆ

อันดับ 3 SEO(organic search) ไม่จำเป็นต้องซื้อ google adwords หรือ โฆษณาต่างๆ ให้เสียค่าใช้จ่าย เพียงแค่ทำ SEO ให้ดีบนหน้า website, keyword  ชัดเจน landing page เหมาะสมแค่นี้ ก็ทำให้สามารถบรรลุเป้าหมายทางการตลาดได้อย่างไม่ยาก

อันดับ 4 Social ในปัจจุบัน social network ไม่ว่าจะเป็น facebook, linkedin, line มีผู้เข้าใช้เป็นจำนวนมาก และสามารถวิเคราะห์เห็นพฤติกรรม ความสนใจ ในด้านต่างๆ จึงเป็นเครื่องมือที่ทำให้นักการตลาดเข้าถึง consumer ได้ตรงกลุ่มมากยิ่งขึ้น

อันดับ 5 Blog “Content is King” การให้ข้อมูลสินค้าจากผู้เชี่ยวชาญ หรือ รีวิวและfeed back จากลูกค้าจะช่วยให้ลูกค้าเพิ่มความมั่นใจในการซื้อสินค้ากับเรา

Tools 2015 2016
Website 86% 80%
Email 72% 61%
SEO(organic search) 54% 54%
Social(Facebook,Linkedln etc.) 52% 66%
Blogs 39% 55%

 

ถ้าเทียบกับปี 2015 จะเห็นว่านักการตลาดยังคงใช้เครื่องมือทางการตลาด 5 อันดับแรกเหมือนเดิมแต่อาจจะลดเปอร์เซนต์การลงทุนในแต่ละส่วนลง

 “From concept to Commerce

   “Can it really happen in less than 120 days ?”

        Cost-Effectively And Better Online store are made with Our Stream Solution.

banner

สนใจที่จะใช้บริการ สามารถติดต่อได้ที่ฝ่ายขายของเรา marketing@stream.co.th เราเป็น Magento Partner หนึ่งเดียวในประเทศไทย

เขียนและเรียบเรียงโดย Kittiphat Dumrongprat

Business Analyst

0 0 Continue Reading →